photo

เรอเน มากริต นักจิตรกรภาพวาดเสมือนจริงที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

  หากเราพูดถึงเกี่ยวกับภาพวาดหรือการวาดภาพแล้ว ศิลปะทางด้านนี้แขนงนี้เป็นที่ยอมรับของคนไทยและต่างชาติทั่วโลกนานาชนิดอย่างเช่น เรอเน มากริต นักจิตรกรภาพวาดเสมือนจริงที่ทั่วโลกให้การยอมรับ โดยตัว เรอเน มากริต นี้เป็นคนชาวประเทศเบลเยี่ยมประเทศแห่งศิลปะอยู่แล้วซึ่งปกติแล้วที่นี่ก็เป็นดินแดนแห่งแสงสีเสียงอยู่แล้วเป็นประเทศมหาอำนาจอยู่ในสมัยนั้นส่วนภาพนั้นพึ่งได้เข้ามามีบทบาทเพราะว่าในช่วงที่ประเทศอิตาลีนั้นมีความชื่อนขงบการวาดภาพแขนงต่างๆแต่ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากแต่หลายๆ คนเคยรู้กันหรือไม่ว่า เรอเน มากริต จิตรกรวาดภาพเสมือนจริงตามบิเวรต่าง ๆ อย่างเช่น สนามกีฬาในร่ม สนามฟุตบอลในร่ม สนามกีฬาต่างๆ หรือห้องฝาผนังบ้าน ในห้าง หรือจะเป็นบนถนน บนสะพานลอยก็ได้ ซึ่งก่อนอื่นเราต้องขอบอกก่อนเลย ว่า เรอเน มากริต ได้มีแรงบันดาลใจจากเด็กๆที่วิ่งเล่นแล้ววิ่งมาชน เรอเน มากริต แล้วกระป๋องสีที่ถือมาอยู่ในมือแล้วก็หกเลอะเต็มพื้นไปหมดเลยในตอนนั้นเอง เรอเน มากริต ก็ปิ้งไอเดียนั้นเลยเป็นเหตุให้เกิดการคิดที่จะวาดภาพต่างๆที่เหมือนจริงอย่างเช่นเดินบนถนนแล้วเห็นปลาว่ายน้ำอยู่กลางถนนโดยตัว เรอเน มากริต ได้รองเริ่มวาดกับบ้านตัวเองก่อนแล้วคิดว่ามันใช่มันคือศิลปะแบบใหม่แล้วอยากให้คนรุ่นใหม่ๆได้เห็นเลยได้ไปลองวาดภาพนี้แบบผิดกฎหมายนั้นก็คือแอบไปวาดภาพเสมือนจริงบนถนนสายหลักย่านใจกลางเมืองที่ประเทศเบลเยี่ยมหลังจากวาดเสร็จก็มีประชาชนชื่นชอบให้และให้ความสนใจและมีปู้ต้องการยอมจะเรียนวาดแบบนั้นเลยทำให้ เรอเน มากริต เองนั้นได้รับการยอมรับจากทั้วโลกว่าเป็นบุคแรกที่คิดค้นวาดภาพเสมือนจริง

250

ปาโอโล อุชเชลโล บุคคลต้นแบบจิตรกรรมฝาผนังของอิตาลี

วันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับ ปาโอโล อุชเชลโล บุคคลต้นแบบจิตรกรรมฝาผนังของอิตาลี ซึ่งการวาดภาพฝาผนังนั้นเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายๆ ประเทศแต่จะมีกี่คนที่รู้ความจริงว่าจิตรกรรมฝาผนังใครเป็นผู้คิดค้นคนแรกหรือเป็นคนวาดคนแรกและได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรวันนี้เราจะมาพูดกัน ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าจิตรกรรมฝาผนังนั้นเป็นค่าความนิยมของชาวประเทศอิตาลีที่ว่าการตกแต่งบ้านนั้นให้สวยงามเพื่อจะแสดงถึงฐานะของตัวเองและคนที่เป็นคนคิดค้นนั้นก็คือ ปาโอโล อุชเชลโล แรงบันดาลใจก็มาจากเห็นเด็กหนุ่มๆ สาวๆ เรียนทางด้านวาดรูปแล้วเกิดการทะเลาะกันแล้วก็ทำให้สีทีเตรียมมาวาดรูปแล้วไปเลาะตามฝาผนังซึ่งโดยปกติแล้ว ปาโอโล อุชเชลโล เป็นศิลปินนักเขียนนักวาดรูปอยู่แล้วเลยเกิดไอเดียที่ว่าวาดรูปลงบนฝาผนังโดยเริ่มที่จากวาดในฝาผนังบ้านของตัวเองแล้วก็ได้มีแขกญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมบ้านก็เลยตกใจว่าทำไมฝาผนังสวยจังซึ่งญาติผู้ใหญ่ของ ปาโอโล เป็นคนใหญ่คนโตทางด้านพิพิธภัณฑ์รวบรวมภาพวาดสวยงามอยู่แล้วเลยทำให้ขอร้อง ปาโอโล มาวาดรูปฝาผนังเอาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ หลังจานั้นก็ปล่อยให้คนทั่วไปเข้ามาชมแล้วก็ได้เล่าปากสู่ปากทางด้านความสวยงามจนได้มีคนถามถึงว่าใครเป็นคนวาดและชอบมากเลยให้ศาสตร์วาดรูปทางฝาผนังในอิตาลีจนได้มีคนขอร้องให้สอนวิชาภาพวาดเขียนฝาผนังนั้นจึงเป็นเหตุให้มีความนิยมแพร่หลายไปในหลายๆ ประเทศ ยันมาถึงในประเทศไทยของเราเองไทยก็ได้มีการศึกษาการวาดรูปบนฝาผนังจนได้แพร่ทั่วประเทศไทยไปโดยที่สุด    

m

มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี ศิลปินนักจิตรกรผู้ที่มีชื่อเสียงทางด้านแกะสลัก

มีเกลันเจโล นักจิตรกรชื่อดังที่ทั่วโลกให้การยอมรับหรือที่ชาวอิตาลี เรียกกันว่า มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี ผู้ที่มีเชื่อเสียงทางด้านศิลปะการปั้นกับแกะสลักหินอ่อนอย่างมากซึ่งในประเทศอิตาลี มีเกลันเจโล เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการเกะสลักหินอ่อนซึ่งตัวเขาเองนั้นเป็นผู้ที่ชื่นชอบทางด้านศิลปะอยู่แล้วตั่งแต่ๆ เด็กซึ่งเขานั้นได้มีแรงบัลดาลใจมาจากคุณพ่อของเขาเพราะว่าพ่อของเขาเองก็เป็นศิลปินนักจิตรกรที่มีชื่อเสียงอีกคนซึ่งพ่อของมี เกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี ก็ได้สอนทุกอย่างที่ตนเองมีความรู้ซึ่งในตอนเด็กนั้นเอง มีเกลันเจโล ก็ยังไม่ได้สนใจทางด้านศิลปะมากเท่าไหร่จนเขาอายุได้ 23 ปี เขาก็ได้เกิดความคิดที่ว่าอยากจะมีศิลปะไว้ให้คนรุ่นหลังๆดูที่เป็นที่จดจำของหลายๆ คน ซึ่งในวัย 23 ปี มีเกลันเจโล ก็ได้ผันตัวเองจากคนธรรมดามาเป็นคุณครูสอนการวาดรูปและเกะสลักจนได้มีลูกศิษย์มากหน้าหลายตัวไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ก็มีหมดเพราะรูปภาพแต่ละรูปที่สอนมานั้นมันสามารถแปลได้หลากหลายความหมาย แต่พอสอนได้สักช่วงหนึ่งของชีวิตตัวอาจารย์ มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี ก็ได้ผันชีวิตัวเองจากอารย์ก็ได้เลิกสอนแล้วก็ได้มาอยู่บ้านแล้วก็มาเกะสลักหินอ่อนโชว์เพื่อที่จะมีไว้ให้คนรุ่นหลังดูนั้นก็คือรูปปั่นหินอ่อน เดวิด ที่เป็นรูปปั่นแบบเด็กหนุ่มยืนแก้ผ้าบิดเอวไปทางซ้ายแล้วก็มองหันหน้าไปบนท้องฟ้าโดยมือข้างซ้ายก็จับผ้าพาดไปดันหลังส่วนมือข้างขวาก็ปล่อยตัวตามสบายซึ่งปัจจุบันนี้นั้นรูปปั่นของ เดวิด ก็ได้ตั่งแสดงโชว์อยู่ที่กลางเมืองฟลอเรนซ์เป็นเวลาหลายนับปีมาแล้วแต่ก็ไม่เคลื่อนย้ายที่ไปไหนเชื่อกันว่าเป็นเกียจให้กับ มีเกลันเจโล ในการครูสอนวาดรูปและเกะสลักหินอ่อนอันดับหนึ่ง

art

สันติ พิเชฐชัยกุล นักจิตรประติมากรอันดับ 1 ของโลก

อ.สันติ พิเชฐชัยกุล เป็นนักปั้นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่เกิดมาพร้อมกับปานบนหน้าผากซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างคิ้วพอดียังมีจุดเล็กๆสีดำตรงกลางปานอีกชั้นหนึ่ง วึ่งคนในสมัยโบรานมีความเชื่อกันว่าเป็นเหมือนดวงตาที่ 3 ของผู้วิเศษ เมื่ออายุ 16 ขวบ อ.สันติได้เข้าศึกษา ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะออกแบบ สาขาวิชาชีพศิลปกรรม และได้มีโอกาสวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังของวิหารวัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี ผ่านมาแล้วมากกว่า 20 ปี ความสามารถของ อ.สันติ ได้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ด้วยผลงานในด้านคุณภาพของจิตวิญญาณ และ ทำให้รูปปั้นเหมือนจริงมาก ยังกับว่ามีชีวิตอยู่จริงด้วยความสามารถ เก็บรายละเอียดจนผู้ได้ชมส่วนใหญ่แยกไม่ออกเลยว่าเป็นรูปปั้นหรือเป็นคนจริงๆกันแน่ พ.ศ. 2554 ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในได้ศิลปะด้านประติมากรรม และ ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 4 ของงานศิลปะทั้งหมดทุกแขนง โดยงานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อว่า อาร์ตไพรซ์ โดยมีศิลปิน ส่งผลงานเข้าแข่งขันทั้งหมด 1,582 โดยผลงานจากศิลปินทั่วโลกกว่า 39 ประเทศ และ 42 รัฐในประเทศ สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2555 ได้รับ รางวัล Best of […]

Ludwig Van Beethoven

บีโธเฟน อัจฉริยะศิลปะทางด้านดนตรี นักแต่งเพลงที่ไม่ได้ยินเสียง

ชื่อเต็ม ลุดวิก แวน บีโธเฟน ( Ludwig Van Beethoven ) ชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ถึงขั้นอัจฉริยะในด้านดนตรี แต่ความยิ่งใหญ่และเป็นตำนานของเขาไม่ได้อยู่แค่ความสามารถในการสร้างสรรค์ตัวโน๊ตบนบรรทัดห้าเส้น เรียบเรียงเพลง จนเสียงที่เล่นออกมาล้ำสมัยของโลกเพียงเท่านั้น ที่สำคัญบีโธเฟ่นผู้ที่เป็นตำนานของเพลงวงการคลาสสิคได้สร้างเสียงเพลงอมตะประดับโลกแม้หูของเขาจะหนวกสนิท ตอนอายุได้ 17 ปี บีโธเฟนได้รับการสนับสนุนจาก ผู้ใหญ่และเพื่อนที่มีฐานะ ให้โอกาสไปเยือนกรุงเวียนนาเป็นครั้งแรกมีคำบอกเล่าจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า เขาได้แสดงสีมือด้านเปียโนสดให้โมสาร์ทฟัง จนได้รับการยอมรับและบอกกับทุกคนให้จับตาผู้ชายคนนี้ไว้ และ สักวันเขาจะสร้างผลงานที่ทำให้คนทั้งโลกต้องยอมรับและตะลึ่งกับเพลงที่เขาแต่ง บีโธเฟน ได้เริ่มแต่งเพลงแหกกฎเกณฑ์ทางดนตรี จึงก่อเกิดให้ยุคในความเป็นโรแมนติก(Romantic Period)เขามีแนวคิดชัดเจนว่าต้องการปฏิวัติทั้งในด้านดนตรีและความคิดของสังคม เขามักโดนกล่าวตำหนิจากปรมาจารย์อาวุโส ว่าเป็นพวกนอกรีต และยังพัฒนาดนตรีในแนวของตัวเองต่อไป สิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นคือการสอดแทรก ความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเองลงไปในดนตรี ซึ่งเป็นสิ่งไม่มีใครคิดจะทำกันในสมัยนั้น หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในด้านศิลปะทางด้านดนตรีได้ไม่นาน ความโชคร้ายของเขาเหมือนกับพาฝันร้ายเข้ามาที่สุดในชีวิต เนื่องจากตัวเองเริ่มมีอาการหูหนวกซึ่งนักดนตรีถึงว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเพราะ เพลงนี้ใช้หูฟัง หลังจากนั้นบีโธเฟนกลัวว่าอาการหูที่หนวกนั้นไม่สามารถรักษาได้ แต่มันก็เป็นไปแบบที่คิดอาการของหูเริ่มรุนแรงขึ้นจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ซึ่งทำให้เขาแต่งเพลงและยังสร้างผลงานที่ผู้คนทั้งโลกยังกล่าวถึงในถึงปัจจุบัน

thai art

โขน เป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ของไทยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

โขนเป็นศิลปะนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ของไทย ได้กำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานของ ลา ลูแบร์ทูตชาวฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้กล่าวถึงการแสดงโขน ว่าเป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ นักแสดงจะสวมหน้ากากและถืออาวุธ โขนเป็นการรวมของศิลปะหลายแขนง คือ โขนนำวิธีการเล่นและวิธีการแต่งตัว ท่าต่อสู้แบบโลดโผน ท่ารำท่าเต้นนำมาจากกระบี่กระบอง และโขนได้นำศิลปะการพากย์พูดคุย หน้าพาทย์เพลงดนตรี ประเภทของโขน แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 1.โขนฉาก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีคนคิดฉากประกอบการแสดงโขนบนเวทีขึ้น คล้ายกับ ละครดึกดำบรรพ์ กรมศิลปากรได้ทำบทเป็นชุดๆไว้หลายชุด เช่น ชุดมัยราพณ์สะกดทัพ ชุดนางลอย ชุดปราบกากนาสูร ชุดสีดาลุยไฟและปราบบรรลัยกัลป์ 2.โขนโรงใน โขนนำศิลปะของละครในเข้ามาผสม โขนโรงในจะมีปี่พาทย์บรรเลง 2 วงพลัดกัน การแสดงจะมีท่ารำ ทีพากย์และการเจรจาตามแบบของโขน กับดำเนินเรื่องเพลงขับร้องและเพลงประกอบกิริยา ของดนตรีแบบละครใน 3.โขนหน้าจอ โขนที่เล่นตรงหน้าจอหนังใหญ่ มีกระเชิดอยู่หน้าจอผ้าขาว การแสดงหนังใหญ่มีศิลปะสำคัญ ได้แก่การพากย์เจรจาโดยมีปี่พาทย์ประกอบการแสดงผู้เชิดตัวละครต้องเล่นตามลีลาและจังหวะดนตรี 4.โขนโรงนอก หรือ โขนนั่งราว เป็นการแสดงในโรงละครที่มีหลังคา ไม่มีเตียงให้ตัวโขนนั้ง แต่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงตรงหน้าฉาก จะดำเนินเรื่องโดยมีช่องทางให้เราตัวแสดงได้เดินรอบราวแทนเตียง มีการพากย์และเจรจา แต่ไม่มีการร้อง  […]

art

เลโอนาร์โด ดา วินซี (Leonardo da Vinci) ศิลปิน ผู้วาดภาพ Monalisa

เลโอนาร์โด ดา วินซี เริ่มสนใจการวาดภาพมาตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยเขาวาดภาพเหมือนโดยอาศัยสัตว์ต่างๆที่ได้เก็บสะสมไว้ จนถึงอายุ 18 ปี พ่อได้ส่งตัวเขาไปทำงานที่ห้องปฏิบัติงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ทำให้เขาเพิ่มความสามารถในการวาดรูป อีกทั้งยังสามารถหล่อสำริดได้อีกด้วย เลโอนาร์โด ได้ฝึกฝนศิลปะถึง 6 ปี และในปี ค.ศ  1472 เขาได้เข้าเป็นสมาชิกสโมสรช่างแห่งเซนต์ลุก ซึ่งเป็นสมาคมพวกจิตรกร นอกจากงาน ศิลปะแล้วเขายังให้ความสนใจ คณิตศาสตร์และภูมิศาสตร์อีกด้วย เลโอนาร์โด ดา วินซี ได้วาดผลงานศิลปะอันทรงคุรค่าของเขาทั้ง 2 ชิ้น ซึ่งเป็น ภาพวาดอาหารมื้อสุดท้าย( The Last Supper)ในระหว่าง ค.ศ. 1495-1497 บนฝาผนังยาว 30 ฟุต สูง 14 ฟุต ของโบสถ์ Santa Maria Della Grazie ด้วยสีฝุ่นผสมน้ำมันลงไปตอนที่ปูนยังเปียกอยู่ ซึ่งเขาเพิ่งได้ทดลองเขียนชิ้นนี้เป็นชิ้นแรก เรื่องราวของภาพเกี่ยวกับพระเยซูพร้อมกับสาวก 12 คน กำลังรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายอยู่ ต่อมากษัตริย์ ฝรั่งเศส […]