อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินชื่อดังของไทย ผู้สร้างวัดร่องขุ่น

หากพูดถึงศิลปินผู้ที่รังสรรค์งานศิลปะทียิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของไทย แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อย่างแน่นอน เพราะนอกจากเรื่องของฝีไม้ลายมือที่เข้าขั้นสุดยอดแห่งวงการศิลปะแล้ว ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาโผงผางแต่จริงใจ ก็ยิ่งทำให้ชื่อของอาจารย์เฉลิมชัยกลายเป็นที่รู้จักของสังคมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญอาจารย์เฉลิมชัย ยังได้สร้างงานศิลปะที่ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ นั่นคือการลงทุนสร้างวัดร่องขุ่น ที่จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของตัวเอง

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ถือว่าเป็นจิตรกรชาวไทยที่มีความสามารถทางด้านศิลปะที่ค่อนข้างหลากหลายและมีผลงานที่สร้างชื่อเอาไว้มากมาย อาทิ ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เขียนภาพประกอบของบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก และที่สำคัญคือการสร้างวัดร่องขุ่นที่ควบรวมเอางานศิลปะหลากหลายแขนงเอาไว้ที่วัดแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม, งานจิตรกรรมไทย และงานประติมากรรมปูนปั้น จนทำให้ตัวเองได้รับการยกย่องให้กลายเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อปี พ.ศ. 2554 พื้นเพเดิมเป็นชาวหมู่บ้านร่องขุ่น ชื่นชอบในการวาดรูปมาตั้งแต่เด็กจึงได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาที่เพาะช่าง และมหาวิทยาลัยศิลปากร มีผลงานที่เป็นรางวัลมากมาย อาทิ เหรียญทองจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 3, ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ “เพชรสยาม” (สาขาจิตรกรรม) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ซึ่งแรงบันดาลใจที่อาจารย์เฉลิมชัยต้องการจะสร้างวัดร่องขุ่นนั้นก็มาจากต้องการที่จะให้เป็นประติมากรรมแห่งรัชกาลที่ 9 จนได้ยอมลงทุนด้วยตัวเองเป็นมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินได้เนรมิตวัดร่องขุ่นให้กลายเป็นวัดที่มีความสวยงาม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เริ่มต้นออกแบบและจัดสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 มีต้นแบบมาจากวัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2557 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย และเกิดAfter Shock อีกหลายครั้ง ได้ส่งผลกระทบต่อวัดร่องขุ่นอย่างเต็มกำลัง มีความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย จนทำให้อาจารย์เฉลิมชัยเองจำเป็นต้องปิดปรับปรุงในบางพื้นที่ของวัด

ความโดดเด่นของวัดร่องขุ่นนี้มีอยู่หลากหลายด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีของวัดที่ใช้สีขาวบริสุทธิ์และแต่ละพื้นที่ก็จะมีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจอยู่ในตัวเองเสมอ พร้อมทั้งการออกแบบและการลงมือทำด้วยฝีมือที่ประณีต หากจะบอกว่านี่เป็น 1 ในวัดไทยที่สวยที่สุดในโลกก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดมากนัก